อิ่มจัง

posted on 14 Nov 2009 23:47 by wililak2522

เปิดเทอมแล้วสินะ  เด็กๆต่างตื่นเต้นก้นมากที่ได้มาโรงเรียน   แต่อย่าเข้าใจผิด  ที่ตื่นเต้นไม่ได้หมายความว่าอยากมาเรียนจนตัวสั่น  แต่ที่ตื่นเต้นนั้นเป็นเพราะอยากมาพบเจอเพื่อนฝูงที่ห่างหายกันไปนาน  นี่ก็เป็นวันดีๆอักวันหนึ่ง  ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกอิ่ม   ฉันได้สัมผัสกับความน่ารักของเด็กๆ  ไม่ใช่ใครที่ไหนไกลหรอกค่ะ   เขาเป็นเด็กนักเรียน   ชั้น  ป5/2  ซึ่งฉันนี่แหละคือครูประจำชั้น  ได้เวลาแล้ว  หมดชั่วโมงพอดี  หัวหน้าห้องบอกทำความเคารพ  ตามปกติ   ส่วนตัวฉันเองน่ะเหรอ  ก็กำลังจะใช้มืออันอวบอั๋นของฉันยกสมุดกองโตที่จะต้องตรวจและให้คะแนน  ทันใดนั้นเด็กชายพศินก็วิ่งเข้ามาหน้าตั้ง  ทำมือให้สัญญาณหยุด  แล้วร้องบอกฉันว่า  อย่าครับ  อย่าครับ  ฉันหันไปมองเค้าด้วยความงง  หลังจากนั้นเค้าก็ใช้มือน้อยๆ  2  ข้าง  หอบหนังสือกองโตไปวางบนโต๊ะทำงานตัวเก๋งของฉัน  ฉันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งทีเดียว  แล้วคิดในใจว่านี่แหละ  ใช่เลย  เด็กชายพศิน  เค้าคือเพชรเม็ดงาม  และเค้าคือความภาคภูมิใจของฉัน  เค้าทำให้ฉันอิ่ม  อิ่มใจไปได้อีกนานแสนนาน

ทางเลือก

posted on 21 Jul 2009 23:05 by wililak2522
หากคุณจำเป็นต้องเลือก  ทางที่หนึ่งเลือกที่จะไม่มีความรัก  ทางที่สองเลือกที่จะมีความรักซึ่งมากับความทุกข์  คุณคิดว่าจะเลือกทางใด  บางคนอาจจะบอกว่า  "ฉันไม่เลือกซักทาง"  แสดงว่าคุณถอยหลัง  และพร้อมที่จะวิ่งหนีความรัก  หากคุณวิ่งหรือะถอยหลังจนชนกับฝาผนัง  ซึ่งไม่มีทางออก  จำต้องเลือกเส้นทางตรงหน้าคุณ  สองทางนั้น  กรุณาถามตัวเองอีกครั้งว่าคุณจะเลือกทางไหน   คุณอาจจะต้องทบทวนและเปรียบเทียบน้ำหนักของทางเลือกทั้งสองทาง  หากคุณเลือกที่จะไม่มีความรัก  คุณเป็นคนที่ช่างเด็ดเดี่ยวเสียนี่กระไร   คุณใช้หัวใจที่เข้มแข็งตัดสินใจในเรื่องที่ทรมานที่สุด   หากคุณเลือกที่จะมีความรักพร้อมกับของแถมคือความทุกข์   คุณมีหัวใจที่ชุ่มชื้นไปด้วยความรัก   พร้อมกับทำร้ายหัวใจของคุณไปพร้อมๆกัน   คุณยอมเจ็บช้ำและปวดร้าวไปชั่วชีวิต   เพื่อแลกกับอาหารบำรุงหัวใจเพียงเล็กน้อย

กรี๊ดบึ้ม

posted on 10 Jun 2009 19:29 by wililak2522

         วันแรกของการเรียนการสอน  น่าตื่นเต้นจังเล้ย  เราจะได้เจอเพื่อนๆ  หายคน  ฉันตื่นมาแต่เช้า  แต่งตัวรอเวลาที่จะเข้าชั้นเรียน

         "เฮ้ย  คิดถึงจังเลย  ไม่ได้เจอกันตั้งนาน  เป็นไงบ้าง"  เราจะตื่นเต้นมากเมื่อได้เจอกัน

         "สบายดี  แล้วเธอล่ะเป็นไงบ้าง"

          "ก็สบายดีเหมือนกัน  เอ้อเราขึ้นไปบนห้องเรียนกันก่อนดีไหมแล้วค่อยคุยกัน"

          "ก็ดีเหมือนกัน  เดี๋ยวอาจารย์มา"

         "เราว่านั่งรออาจารย์ข้างนอกดีไหม"

          "อืม  ก็ได้  ข้างนอกเย็นดี"

          ฉันกับเพื่อนนั่งรออาจารย์อยู่หน้าห้องเรียน  ซึ่งเป็นระเบียงหินขัดมัน  มีผู้คนเดินไปมา  ฉันหยิบของฝากในกระเป๋าให้เพื่อน  แล้วเงยหน้าขึ้น

          ฉันอื้งอยู่ครู่หนึ่ง  แล้วมองตามชายรูปงามคนนั้น  เขาเข้าไปในห้องเรียนข้างๆ ห้องฉันนั่นเอง

          "เฮ้ย  เป็นอะไร  เป็นอะไร"  เพื่อนสะกิดฉัน

          "เออ  เออ"  ฉันอ้าปากค้าง

          "เออ  อะไรล่ะ"

          "ก็...ก็เมื่อกี้  ผู้ชายคนเมื่อกี้"

          "เป็นไง  เขาเป็นไงเหรอ"

          "หล่อ  ล้อ  หล่อ  หล่อมากมาย  เป๊กเลยอ๊ะ"

          "คนไหนล่ะ  ยังไม่ทันเห็นเลย"

          "ก็คนนั้นไงที่เดินผ่านไปเมื่อกี้นี้  มายเป๊ก  มายเป๊ก  เอ้อ  ก็เธอหันหลังนี่นาก็เลยไม่เห็น"

          "จะพาไปดูอยู่ห้องข้างๆนี้เอง"   ฉันลากแขนเพื่อนของฉัน  แล้วทำท่าทางเดินผ่านไปแล้วแลไปในห้องนั้นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เป็นการผิดสังเกต"

          "กรี๊ด  โอบ"  ดีนะที่ฉันปิดปากเพื่อนฉันทัน  เสียงเลยไม่ได้มาก

          "เฮ้อ"  ฉันถอนหายใจ

          "หล่อมากเลยนะเธอ"  เพื่อนทำเสียงตื่นเต้น

          "เชื่อ  ก็ฉันเป็นคนบอกเธอเองนี่นา"

          อาจารย์มาแล้ว

          "อาจารย์มาแล้วรีบเข้าห้องกันเถอะ"

          ฉันและเพื่อนไม่เป็นอันเรียนกันเลย  มัวแต่บรรยายความหล่อของชายรูปงามคนนั้น  ก็เลยไม่ได้ฟังอาจารย์พูด

          ออกจากห้องมาเราก็เจอชายคนนี้อีก  ฉันและเพื่อนก็เลยสะกดรอยตาม

         "ว้าว  TOYOTA  สีแดง  เท้  เท่"

          วันรุ่งขึ้นก็เจอเขาอีก  ชายรูปงามคนนั้น

          "ทำไงดีล่ะ  อยากรู้จักชื่อพ่อหนุ่มคนนั้นจริงๆ"

          ฉันวานให้เพื่อนผู้ชายไปถามให้ได้ความว่า  เขาคนนั้นชื่อ  ออย

          "ออย  ชื่อก็น่ารัก  จิ้มลิ้มเชียว"

          "อยากคุยกับเข้าจังเลย  เพื่อนฉันขอแจมด้วยคน

          "เรามาวางแผนกันเถอะ"

          "ทำไงดีล่ะ"

           "จดหมาย  จดหมายไง  เขียนส่งให้เขา  เขาก็ไม่เห็นหน้าเราด้วย  จะได้ไม่เขิน"

          "ก็ดีเหมือนกัน"

          ลงมือวันนี้เลย

          "แล้วจะส่งให้ยังไงล่ะ"

          "เอาไปเสียบไว้หน้ารถ"

          "เราก็ต้องแอบๆน่ะสิ"

          "แหมก็ต้องทำให้มันแนบเนียนหน่อยสิ  อย่างนี้แหละท้าทายดี"

           "ก็ได้  ก็ได้"

          เราเริ่มปฏิบัติการวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว  และทำอย่งนี้เป็นเวลา  1  เดือน  จนถึงวันนี้  วันที่น่าตื่นเต้นที่สุด  เรานัดคุยกับเขาที่ร้านอาหาร

          ฉันกับเพื่อนรีบไปนั่งรอเขาที่ร้านอาหาร  เขามากับเพื่อนคนหนึ่ง

          "เราจะได้คุยกับเขาแล้วนะ"  ตึกตัก  ตึกตัก  ใจของฉันเต้นเร็วขึ้น  มาแล้ว  เขามาแล้ว  ใกล้เข้ามาทุกทีๆ

          "สวัสดีฮ้า"  เสียงของเขานุ่มๆ

          "สะ  สวัสดีค่ะ"  ฉันและเพื่อนงงมาก  และอื้งไปแป๊บหนึ่ง  เพื่อนและฉันหันมามองกัน  ตาจ้องตา  เหมือนรู้กันว่า  เราคงได้กินแห้วอีกแล้ว

          เมื่อรู้สึกตัวเราก็ไม่ได้ทำพิรุธอะไรมากมาย  เราคุยกันธรรมดาแต่ค่อนข้างจะอึดอัด  เพราะฉันกับเพื่อนเหมือนล้มเหลวทางด้านความรักอีกแล้ว  หลังจากวันนั้น  แผนการทั้งหลายของเราก็ล้มเลิกไปหมดสิ้น  และแล้วเราก็เป็นได้แค่คนรู้จักกันเท่านั้น  เดินผ่านก็ทักกันธรรมดา  เราคงเป็นได้แค่นี่จริงๆ  เฮ้อ

edit @ 10 Jun 2009 20:02:49 by นอต